Bravo Music everthing for string player
อีเมล์: รหัสผ่าน:
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
เข้าระบบ | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก | โปรโมชั่น | วิธีการสั่งซื้อสินค้า | วิธีการชำระเงิน| วิธีการส่งสินค้า | ส่งเว็บให้เพื่อน | การเลือกซื้อไวโอลิน | คู่มือการเลือกสายไวโอลิน | โครงสร้างไวโอลิน | การปรับแต่งเครื่องดนตรี | ใบผู้แทนจำหน่าย I โวโอลินเด็กคุณภาพสูงสำหรับเช่า
    English ตะกร้าสินค้า รายการ
ค้นหาสินค้า:
Share on
กลุ่มสินค้า
 

เมนูหลัก
เข้าระบบ
ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
โปรโมชั่น
วิธีการสั่งซื้อสินค้า
วิธีการชำระเงิน
วิธีการส่งสินค้า
ส่งเว็บให้เพื่อน
เคล็ดลับการเลือกซื้อ
 

ตัวอย่าง EA473124280TH
ชมรมดับเบิ้ลเบสไทย
บริการวงดนตรีสำหรับงานวิวาห์และงานโอกาสต่างๆ
ชมรมดนตรี
ห้องอัดเสียง BM Recording Studio ห้องบันทึกเสียงคุณภาพดี
 


การเลื่อกซื้อไวโอลิน และ การปรับแต่ง
การเลือกคันชักไวโอลิน
วิธีการเลือกยางสนไวโอลิน
คุณสมบัติของร้านไวโอลินที่ดี
เลือกซื้อไวโอลินราคาถูกที่สุด


การเลือกซื้อไวโอลิน

violin shop

1. ปรึกษาครูผู้สอนก่อนการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องดนตรีทุกครั้ง เพราะประสบการณ์ที่มากกว่าในการเลือกซื้อเครื่องดนตรีของครูผู้สอนจะช่วยให้คุณสามารเลือกซื้อเครื่องดนตรี
ที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการเลือกร้านที่ขายเครื่องดนตรีประเภท เครื่องสายโดยตรง (ร้านเฉพาะทางที่มีนักดนตรี หรือช่างประจำร้าน) ที่สามารถให้คำปรึกษาและแนะนำได้ รวมทั้งต้องมีบริการหลังการขาย หากเกิดปัญหาต้องสามารถนำกลับมารับบริการได้ และสำหรับเครื่องดนตรีที่มีราคาสูงต้องมีใบรับรอง (Certificate) จากช่างผู้ผลิตโดยตรง หากเป็นไวโอลินเก่าของยุโรปก็ต้องมีใบรับรอง หรือมีข้อมูลอ้างอิงได้จากตำรา ซึ่งอาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่าคุณไม่ถูกหลอก

2.ผู้ที่เริ่มต้นเรียนไวโอลินบางคนอาจไม่ทราบว่าขนาดที่เหมาะสมของไวโอลินกับอายุของเด็กนั้นสำคัญมากกับผู้เริ่มเล่น ขนาดต่างๆของไวโอลิน 1/16, 1/10, 1/8, 1/4, 1/2, 3/4, 7/8 และขนาดมาตรฐาน 4/4 ร้านขายเครื่องดนตรีทั่วไปมักจะไม่ทราบข้อมูลรายละเอียดเหล่านี้ ดังนั้นครูผู้สอนจะเป็นผู้ให้คำตอบได้ดีที่สุด หรือคุณอาจจะให้ทางร้าน ไวโอลินที่ขายเครื่องดนตรีประเภทนี้โดยตรง และที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้คำแนะนำ การเลือกเครื่องดนตรีผิดขนาดอาจทำร้ายผู้เรียนได้ในระยะยาว ยกตัวอย่างเช่นเด็กอายุ 10 ขวบเล่นไวโอลินขนาด 4/4 ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องเล่นขนาด 1/2 ซึ่งทำให้ผู้เล่นเกิดความยากลำบากในการเล่น และอาจฝังใจกับการเล่นไวโอลินที่ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถซ้อมได้นานเพราะเกิดความเหนื่อยล้าและต้องหยุดพักบ่อย และยังเป็นสาเหตุทำให้เบื่อได้ง่าย นอกจากขนาดของไวโอลินแล้วยังมีเรื่องของคันชักอีกที่ทำให้การผลิตเสียงมีปัญหา ยกตัวอย่างเช่นมีครูบ้างท่านบอกว่าเด็ก 10 ขวบสามารถจับไวโอลินขนาด 4/4 ของครูได้แต่ลืมมองว่าแขนข้างขวาจับเมื่อวัดกับคันชักแล้วแขนเด็กสั้นกว่าครึ่งหนึ่งของคันชัก ผู้ปกครองจึงต้องระมัดระวังให้มากอย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้เพราะจะทำให้เราไม่สามารถผลิตเด็กที่มีคุณภาพในการเล่นได้เหมือนประเทศอื่นๆในอนาคต

3. ในกรณีที่จะศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกซื้ออุปกรณ์และเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายอย่างมีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นที่จะต้องรู้จักกับร้านไวโอลินที่ขายเครื่องดนตรีประเภทนี้โดยตรง และต้องมีบริการหลังการขาย มีช่างซ่อมไวโอลินประจำร้าน รวมถึงต้องได้รับการยอมรับจากครูผู้สอน และในหมู่นักดนตรีอาชีพ การเลือกซี้อไวโอลินโดยกำหนดงบประมาณไว้ก่อนจะเป็นสิ่งที่ช่วยผู้เรียนที่ยังไม่เคยเล่นและมีประสบการณ์มาก่อน เพราะทางร้านจะสามารถจัดระดับของเครื่องดนตรีได้ว่าอยู่ประมาณไหนถึงจะเหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่นอายุผู้เล่น ลักษณะเสียงของไวโอลิน ประเทศผู้ผลิต น้ำหนักของเครื่องดนตรี ความยากง่ายในการเล่นของตัวเครื่อง ฯลฯ

4. อย่าให้คนในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจในการเลือกซื้อเครื่องดนตรีของคุณ อย่างไรก็ตามความหมายนี้อาจจะฟังดูไม่ดีนักแต่มันจะช่วยให้คุณใช้เงินในกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่าไปกับเครื่องดนตรีที่มีคุณภาพ
ปรึกษาครูผู้สอนของคุณ ครูผู้สอนจะช่วยให้คำตอบที่ดีกับคุณในการตัดสินใจ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับครูผู้สอนว่ามีประสบการณ์มากพอหรือไม่ด้วย ในปัจจุบันมีผู้สอนที่อาจจะไม่มีประสบการณ์สอนมากเท่าที่ควร หรือร้านในเว็บไซต์บ้างร้านที่ให้ความรู้ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องของการเลือกซื้อไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส และกีต้าร์ ซึ่งอันนี้ผู้ซื้ออาจต้องใช้เหตุและผลในการตัดสินใจมากขึ้น

 

คุณสมบัติของร้านไวโอลินที่ดี

violin shop

ร้านไวโอลินทีดีควรติดเครื่องปรับอากาศและเครื่องดูดความชื้น สำหรับประในประเทศไทยจัดอยู่ในภูมิประเทศที่มี
ความชื้นสูง ร้านที่มีขายเครื่องสายที่มีคุณภาพสูงนั้นมักจะต้องปรับอุณหภูมิภายในร้านให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องของความชื้นทำลายเครื่องดนตรี และคุณลักษณะของร้านไม่ควรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพราะความร้อนในตอนบ่ายจะทำให้ร้านมีความร้อนสูงขึ้น และเมื่อตกกลางคืนจะเกิดความชื้นในอากาศตามมาได้เป็นสาเหตุทำให้ไวโอลินคองอและกาวหลุด
ร้านขายไวโอลินที่ดีควรมีนักไวโอลินประจำร้านเพื่อทดลองไวโอลินให้กับผู้ซื้อหรือแนะนำไวโอลินได้ ทางร้านต้องมีบริการหลังการขายโดยต้องมีช่างประจำร้าน หรือมี workshop สำหรับซ่อมบำรุง

ดังนั้นการเลือกร้านไวโอลินที่ดีก็ไม่ควรมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ด้วย อีกประการหนึ่งสำหรับการเลือกร้านไวโอลินที่ดีนั้น ทางร้านจำเป็นต้องให้ผู้ซื้อทดลองเสียงของไวโอลินได้ พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำแนะนำได้ ส่วนคุณสมบัติของผู้แนะนำที่ดีคือสามารถเล่นในเครื่องดนตรีนั้นๆได้ จึงจะตอบคำถามได้อย่างเข้าใจจริงๆ

 

การเลือกซื้อคันชักไวโอลิน

วัสดุในการทำตัวคันชักไวโอลินในปัจจุบันนั้นเป็น 3 ประเภทใหญ่คือวัสดุที่ทำจากไม้
1. ไม้บราซิล (Brazil wood)
2. ไม้ Pernambuco
3. วัสดุสังเคราะห์ เช่น Carbon Fiber, Carbon Kevlar หรือ ABS

คันชักราคาประมาณ 2,000 บาท ถึงหลัก 10,000 ส่วนมากมักจะทำจากไม้ Brazilwood ซึ่งมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลแดง และส่วนใหญ่มักจะย้อมสีด้วยวานิชเพื่อความสวยงามทั้งสีเข้ม และสีอ่อน ซึ่งมีวิธีสังเกตได้โดยการถอด frog ออกแล้วดูด้านในของไม้ซึ่งผู้ซื้อต้องมีประสบการณ์ในการดูไม้มาก่อน

ส่วนคันชักไวโอลินที่ทำจากไม้ Pernambuco นั้นมักจะมีราคาเเพงกว่า ไม้ Pernambuco ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าไม้บราซิลคือเบาและยืดหยุ่นสูงกว่าและที่ดีต้องไม่อ่อนมากเกินไป ส่วนเนื้อไม้มีสีออกส้ม แต่ส่วนมากมักจะย้อมสีด้วยวานิชเป็นสีน้ำตาล-แดง ซึ่งมีวิธีสังเกตได้โดยการถอด frog ออกแล้วดูด้านในของไม้ ถ้าเป็นคันชักไม้ Pernambuco จะเห็นเป็นสีออกส้ม เพราะด้านในมักจะไม่ทาสี คันชักประเภทนี้มักจะเป็นคันชักที่ทำโดยช่าง Master หรือช่างที่มีประสบการณ์สูง เหมาะสำหรับมืออาชีพและผู้ที่ชอบสะสม คันชักประเภทนี้สามารถใช้งานได้เป็นเวลานานนับร้อยๆ (ถ้าไม่หักเสียก่อน)และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีหากเป็นคันชักที่ทำโดยช่างที่มีชื่อเสียง และที่สำคัญต้องมีใบรับรองจากช่าง ( Certificate)

ส่วนคันชักที่ทำจาก Carbon-Fiber หรือ Carbon-Kevlar นั้นมักจะมีราคาปานกลางถึงราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากตัววัสดุมีราคาแพงและส่วนมากจะมีเรื่องของการรับประกันอยู่ด้วย
ส่วนความแตกต่าง ระหว่าง Carbon-Fiber และ Carbon-Kevlar ทางด้านความแข็งแรงนั้น carbon-fiber แข็งแรงกว่า แต่ให้ตัวได้น้อยกว่า ส่วน carbon-kevlar จะเหนียวกว่า ให้ตัวได้มากกว่าและดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า คันชัก Carbon โดยทั่วไปมักทำจาก Carbon –Fiber ส่วนคันชักที่ทำจาก Carbon Kevlar ได้แก่ Coda bow รุ่น Diamond ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 รุ่น คือ NX ,SX และ GX

คันชักประเภทนี้จัดเป็นคันชักที่มีคุณภาพสูงมากเมื่อเทียบกับคันชักไม้ในราคาหลักแสน เพราะผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ก็จะมีข้อด้อยสำหรับนักสะสม คือราคาคงที่ไม่มีขึ้น-ลง

การเลือกน้ำหนักของคันชัก
น้ำหนักของคันชักไวโอลินที่เหมาะสม และมาตรฐานคือ 60 ถึง 61 กรัม และปลายต้องไม่รู้สึกหนัก
น้ำหนักของคันชักวิโอลาที่เหมาะสม และมาตรฐานคือ 70 ถึง 72 กรัม
น้ำหนักของคันชักเชลโลที่เหมาะสม และมาตรฐานคือ 80 ถึง 82 กรัม
ร้านขายคันชักไวโอลินที่ดีควรจะมีเครื่องชั่งดิจิตอลไว้ให้ทดสอบชั่งได้ด้วย


การเลือกหางม้าสำหรับคันชักไวโอลิน หางม้าสำหรับคันชักไวโอลินส่วนใหญ่มักจะทำจากหางม้าจริงๆแต่มีหลายเกรด ส่วนที่ว่าทำจากวัสดุสังเคราะห์นั้นปัจจุบันยังหาเทคโนโลยีที่ราคาถูกกว่าหางม้าไม่ได้แต่ในอนาคตอาจจะมี เพราะหางม้านั้นมีหลากหลายเกรด
หางม้าที่ดีสำหรับคันชักไวโอลินจะมีความยืดหยุ่นสูงกว่าและมีขนาดเส้นที่ละเอียดกว่า ซึ่งแตกต่างจากหางม้าของคันชัก เชลโลและดับเบิลเบส โดยส่วนมากมักจะใช้หางม้าจากสายพันธุ์มองโกเลีย (Mongolian Horse Hair )ส่วนสายพันธุ์ไซบีเรีย (Siberian Horse Hair) นั้น เหมาะสำหรับ เชลโลและดับเบิ้ลเบสมากกว่า ซึ่งทั้ง มองโกและไซบีเรีย ก็มีอยู่หลายเกรดด้วยเหมือนกัน ซึ่งให้สังเกตจากสีของหางม้า

และยังต้องเลือกความสมดุลของตัวคันชักอีกด้วย ในส่วนนี้ต้องขึ้นอยู่กับน้ำหนักแขนของผู้เล่นเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องที่จะให้คุณครูหรือใครต่อใครเป็นคนเลือกให้คงต้องตอบว่าเป็นเรื่องที่ผู้เล่นต้องใช้วิจารณญาณก่อนการตัดสินใจ เพราะแขนของแต่ละคนนั้นมีน้ำหนักไม่เท่ากันและยังสั้น-ยาวไม่เท่ากันอีก
แล้วใครจะเป็นคนเลือกและตัดสินใจแทนตัวคุณได้นอกจากตัวคุณเอง!

ทรงของคันชัก (Copy Bow)
ในปัจจุบันทรงของคันชักนั้นมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 ทรงด้วยกันแต่ที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดมีอยู่ 2 ทรงด้วยกัน คือ Peccatte และ Sartory ซึ่งที่กล่าวมานี้เป็นคันชักที่ Copy ทรงมาจากสมัยก่อน ส่วนทรงอื่นๆ ได้แก่ Fetique ,Tubbs ,Vuillaum และTourte ในปัจจุบันมีช่างที่ทำคันชักไวโอลิน,วิโอลา และเชลโล จำนวนน้อยมาก เพราะต้องใช้ฝีมือและขั้นตอนในการทำยุ่งยากกว่าทรง Peccatte และ Satory สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ร้านบราโวมิวสิค
www.bravomusic.co.th โทร 02-8661152 ,082-8246699

 
วิธีการเลือกซื้อยางสน

 

 

 

วิธีการเลือกยางสนไวโอลิน
อันดับแรกที่ต้องดูคืออายุของยางสนที่ขายในร้านนั้นๆว่าเก่าเก็บหรือเปล่าโดยสังเกตจาก Package ว่าเก่าหรือใหม่ผู้ผลิตยางสนชั้นนำรู้ดีว่าต้องทำการเปลี่ยน packaging ทุกๆ 5 ปี เพื่อให้ผู้ใช้ได้สังเกตความเก่าของยางสน
อันดับที่สองสำหรับการเลือกยางสนคือการเลือกซื้อจากร้านที่เป็นร้านขายเฉพาะทาง (ร้านไวโอลิน) และที่สำคัญควรจะเป็นร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่ายโดยตรงกับทางผู้ผลิตเพราะคุณจะมั่นใจได้ว่ายางสนจะใหม่มาจากโรงงานผู้ผลิต
อันดับที่สามผู้ใช้ควรรู้ว่าต้องการยางสนประเภทไหน และเหมาะกับสายประเภทอะไรโดยทางร้านผู้ขายต้องสามารถแนะนำผู้ซื้อได้โดยละเอียด

เหตุผลที่ต้องใช้ยางสนอยู่เสมอก็เพื่อคุณภาพในการใช้งาน ยางสนหรือสายไวโอลินนั้นต้องการความสดใหม่ ซึ่งต่างจากไวโอลิน ที่ยิ่งเก่ายังดี แต่สำหรับยางสนไวโอลิน นั้นไม่ควรเป็นเช่นนั้น บางครั้งการซื้อยางสนที่มีราคาถูกมากๆจากราคาท้องตลาดก็เป็นที่หน้าสังเกตว่ายางสนนั้นอาจจะหมดสภาพสำหรับการใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้ผู้ใช้เสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์

 

 

 

คู่มือการเลือกสายไวโอลิน

 

 

Copyright 2006 www.bravomusic.co.th all rights reserved.